Only Yesterday(1991)

posted on 20 Jun 2009 22:52 by sagaangel in StudioGhibli

 

"Only Yesterday(1991)"

<click to comment

เขียนบทและกำกับโดย ทากาฮาตะ สร้างจากหนังสือการ์ตูนเรื่อง"Omohide Poroporo"(ความทรงจำที่ย้อน
กลับมา)โดย โอคาโมโตะ โฮตารุ ในการ์ตูนต้นฉบับนั้นเป็นเรื่องของ ทาเอโกะ ในวัยเด็ก(11 ขวบ) ลักษณะคล้าย
ไดอารี่ย้อนความทรงจำที่ประกอบด้วย เพลง,หนัง,รายการทีวี,ดารานักร้องในเวลานั้น(1966)ซึ่งทากาฮาตะพบว่า
มันยากที่จะทำเป็นภาพยนตร์ เนื่องจากไม่มีสิ่งที่เชื่อมความทรงจำทั้งหมดเข้าด้วยกัน เขาจึงตัดสินใจสร้าง ทาเอโกะในวัย 27 ปีขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่นั้น

click to comment

ทาเอโกะ สาวออฟฟิศในโตเกียว ใช้วันหยุดพักร้อนของเธอที่ครอบครัวชนบทของพี่เขย ระหว่างนั้นเธอนึกย้อนไปถึงวัยเด็ก
ในโรงเรียนประถม หนังเต็มไปด้วยความทรงจำทั้งที่สวยงามและเจ็บปวด ท้ายที่สุดเธอเดินมาถึงทางแยกที่ต้องเลือก
สำหรับอนาคตของเธอ

ผลงานการกำกับของ โอโมบิเดะ เปโระเปโระ ผลงานชุดนี้ดูเเล้วจะเงียบๆกว่าชุดอื่นๆจุดที่ทีมงานเน้นให้สีสันสดใสนั้นก็คือฉากที่เด็ดดอก"เบนิ"ที่เป็นทุ่งกว้างสวยงามมาก ก่อนที่จะได้เห็นทางทีมงานเดินทางไปสำรวจเเล้วสำรวจเล่าที่ทุ่งดอกเบนิ จ.ยามางาตะ เมื่อเดือนพฤพจิกายนปี 90 ซึ้งความจริงเเล้วดอกเบนิจะบานในตอนต้นเดือนกรกฎาคม การสำรวจจึงไม่ได้อะไร

click to comment

เเต่เพื่อความจำเป็นในการวาดภาพประกอบ ผู้กำกับบอกว่าอยากรู้ถึงขบวนการในการออกดอก เเละอุปกรณ์เก็บเกี่ยวต่างๆ เเม้จะยากลำบากเเต่ด้วยความร่วมมือของชาวบ้านจึงทำให้การเก็บข้อมูลสำเร็จลุล้วงไปได้ด้วยดี ได้ถ่ายลักษณะการเด็ดดอกเบนิจริงๆเเละๆด้ภาพเครื่องรีดน้ำ เเถมได้เลคเชอร์จากคุณซูซุกิ ทาเคโอะ(ผู้ค้นคว้าวิจัยดอกเบนิ)ที่โยเนซาว่า

 click to comment

เกี่ยวกับดอกเบนิ พอกลางเดือนกรกฎาคม ถึงเวลาที่ดอกเบนิบานทางทีมงานก็ยกทัพไปเก็บข้อมูลกันกว่า 15 คน เรียกได้ว่าเก็บเเบบละเอียดยิบเลยทีเดียวเเละได้ถ่ายวีดีโอเอาไว้ทุกขั้นตอนเพื่อนนำมาประกอบการทำอนิเมชั่น ซึ้งเป็นวิธีที่เเพร์หลายมากในการทำอนิเมชั่น เช่นฉากที่พี่นานาโกะในชุดกระโปงสั้นขึ้นบันไดเลือน มีการใช้อนิเมเตอร์หญิงคนนึงเป็นนางเเบบ ตัวผู้ให้สัมภาษณ์เองก็รับหน้าที่เป็นเเบบตอนฉากพ่อของทาเอโกะอ่านหนังสือพิม แม้เเต่ผู้วาดเองก็ต้องมาเป็นเเบบด้วย ไม่เพียงเเค่สตาฟเท่านั้น ในฉากเบสบอลในตอน "รักกันหนุ่มสาว" ทางทีมงานจินตนาการกันไม่ออกเลยต้องไปขอร้อง คุณทาเคตะ มิคิโยะ บ.ก.นิตยสาร มาเเสดงท่าตีเบสบอลให้ดู(เขาเคยอยู่ชมรมเบสบอลสมัยที่เรียน)

 click to comment

การถ่ายถอดการเเสดงออกให้เป็นธรรมชาติที่สุดนั้นดูผิวเผินออกจะง่าย เเต่จริงๆเเล้วกลับยากมากที่สุดสำหรับอนิเมชั่น เเละนับเป็นการท้ายทายของทีมงานอย่างมากสต๊าฟทุกคนพยามหาทางทุกวิถีทาง อัดเทป ถ่ายวีดีโอเเละประกอบภาพเป็นวิธีที่ ผู้กำกับทาคาฮาตะได้ใช้ในแก เซซุโกะ ในเรื่อง"สุสารหิ่งหอย" คราวนี้จึงใช้ประสบการณ์เก่านั้นให้เกิดประโยชน์เเม้เเต่ PORCOเองก็ใช้วิธีนี้ในฉากตัวเอกอายุ 27 ปี

click to comment

การวิธีถ่ายวีดีโอก่อน วาดจริงนั้นทำให้ใช้ภาพทั้งหมด 44000 ภาพมากที่สุดในประวัติศาสตร์การทำงานของจิบุริ การวาดภาพชีวิตประจำวันต้องอาศัยเวลาในการวาดอย่างละเอียดละออ อาจจะกล่าวได้เลยว่าหนังเเบบเเอ็คชั่น จะใช้จำนวนเเผ่นภาะมากกว่าเวลาในการผลิตเเละงบประมาณจึงได้ตัวเลขที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน( มานไม่บอกอ่ะ -*- ) เเต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือได้ผลงานที่ดีกว่าที่ตั้งใจไว้

click to comment

"ONLY YESTERDAY"นั้นเป็นงานถ่ายถอดชีวิตธรรมดาๆของผู้คนออกมาเป็นอนิเมชั่นได้อย่างดี เเละก็พิสูจน์ให้เห็นถึงการถ่ายทอดเเบบใหม่ที่สร้างความประทับใจไปอีกแบบหนึ่ง การนำเสนอปัจจุบันเเละอดีตของผู้หญิงคนหนึ่งอย่างสั้นๆได้อย่างดี จนทำให้โปรดิวเซอร์มิยาซากิ ถึงกลับเอ่ยปากชมขึ้นมาว่า "มีผู้กำกับทาคาฮาตะเท่านั้นที่ทำได้" ซึ่งก็ได้รับการพิสูจน์เเล้ว

click to comment

ต้นฉบับภาพยนตร์เรื่อง"Only Yesterday" คือผลงานการ์ตูนเรืองเดียวกันโดย โอคาโมโต้ ซูบาซะ แต่งเเละ คาตานะเนะ โยโกะ วาดผลงานชุดนี้กับถูกตีพิมพ์ในนิตยสารรายสัปดาห์ชื่อ"ชูคังเมียวโจ"สำนักพิมชูเอ ตั้งเเต่ฉบับ 19 มีนาคม ปีโชวะที่62 ฉบับ 11 บิถุนายน หลังจากนั้นสำนักพิมเซริงโดได้รวมเล่มตี พิมพ์ 2 เล่ม จากนั้นสำนักพิมพ์โทคุมะดชเต็งได้รวมเล่มอีกครั้ง 3 เล่ม ต้นฉบับนั้นเป็นประสบการณ์ต่างๆนานาของโอคาจิม่า ทาเอโกะ นักเรียนชั้น ป.5 ตั้งเเต่ปีโชวะที่ 41-42 โดยเขียนจากเเง่มุมของวัมนธรรม รวมทั้งสิ่งที่ฮิตในช่วงนั้น คำพูดต่างๆเป็นแบบบรรยาย เล่าถึงความหลังเเต่ไม่มี ทาเอโกะในยุคปัจจุบัน ปรากฎตัวในเรื่องเเม้เเต่น้อย เเละกลายมาเป็นต้นฉบับของ "เด็กจอมซนมารูโกะจัง" ที่ฮิตมากในขณะนั้น( ที่ฉายช่อง 3หลังข่าว บ้านเรานั้นเอง)

click to comment

โอคาโมโต้ผู้เเต่งได้นำเรื่องราวที่ฮิตในสมัยประถมเเทรกในเรือง ทีละเรือง ทีละเรือง เเละรู้สึกว่าความรู้สึกที่มีต่อความหลังครั้งก่อนที่หยิบยกขึ้นมานั้นจะรุนเเรงกว่า กลายเป็นการสลับเรื่องราวใน ปีโชวะที่ 40 ต้นๆเป็นผลให้ผู้ชมในวัยเดี่ยวกันนั้นให้ความสนใจอย่างมาก ในขณะที่เด็กๆกับไม่ให้ความสนใจอย่างที่คาดการไว้(เด็กมันยังไม่เกิดนิเลยไม่สน)

click to comment

เพื่อลดช่องว่างระหว่างอายุจึงเช็ตเรื่องราวของทาเอโกะถอยกลับมาที่ปีโชวะที่ 57 ผู้ชมก็ได้กำไรเหมือนย้อนอดีตได้ 2 รอบเเละเป็นที่สนใจของเด็กๆมากขึ้น เเละจุดเนอีกข้อคือจุดที่เเสดงความคิดในเเบบผู้หญิงออกมาได้อย่างเต้มที่ ดังนั้นสำหรับผู้ชมที่เป็นชายจะจับความรู้สึกได้ไม่เต็มที่ ที่น่าสนใจคือจะได้รู้สึกว่าเด็กผู้หญิงในสมัยนั้นเเสดงออกต่อภาพลักษณืของเด็กชาย ได้อย่างตรงไปตรงมา

  click to comment


เกร็ดน่ารู้
-ตอนหนึ่งในวัยเด็กครอบครัวของทาเอโกะมีโอกาสกินสับปะรด ทั้งครอบครัวตื่นเต้นกันมาก เพราะสับปะรดที่คนทั่วไปได้กินในสมัยนั้นเป็นแบบบรรจุกระป๋อง มีน้อยคนที่ได้กินสับปะรดทั้งลูกซึ่งเป็นสินค้านำเข้าและหายากเเละราคาเเพงมาก (บ้านเราหรอหาโคตรง่ายเลย55555+)
-ในเรื่องมีฉากที่พ่อ ตบหน้าทาเอโกะด้วยความผิดเล็กน้อย ทำให้ผู้ชมตกใจมาก เรื่องนี้ต้องย้อนไปในหนังสือซึ่งเป็นเรื่องกึ่งชีวประวัติของผู้เขียน พ่อในเรื่องเป็นแบบที่พบได้จริงในยุค 60 ไม่ใช่ในอุดมคติ ผู้เขียนแสดงออกว่าไม่ได้เห็นด้วยกับพ่อแม่
ของเธอในทุกเรื่อง
-หุ่นกระบอกที่ทาเอโกะดูในทีวี เป็นรายการเด็กที่ฮิตมากในสมัยนั้นชื่อ"Hyokkori Hyotanjima"(Popped-up
Gourd Island)
- เพลงในฉากจบแต่งเนื้อร้องโดย ทากาฮาตะ

 

 

 

เห่อๆ เรื่องนี้เรียกได้ว่าเงียบที่สุดในบรรดาเรื่องทั้งหมดของGhibli คือ....เราใช้ความพยายามอย่างมากในการดูเรื่องนี้ให้จบซึ่ง....มันยากมาก

รอบเเรกเราหลับตั้งเเต่ 15 นาทีเเรกรอบสองตั้งใจดูอีกครั้งไปหลับเอากลางๆเรื่องละมั่ง(หลับนิจะรุ้ได้ไงดูถึงไหน) สุดท้ายเราจึงใช้วิธีดูวันละหน่อยๆเพราะเนื้อเรื่องมันก็เเบ่งออกเป็นตอนๆย่อยๆอยู่เเล้วจะดูมันจบจนได้

เเละเนื่องด้วยสาเหตุดังกล่าวทำให้มันเงียบจริงๆคือไม่ดังเปรี้ยงปร่างดั่งที่ทุกคนรอคอยด้วยเหตุนี้ ขอบอกว่าเราหา ข้อมูลมาลงได้น้อยมากๆหายากโคตรๆ คือไม่มีใครมาเอาเรื่องนี้มาเขียนเลย ข้อมูลส่วนใหญ่ต้องค้นในหนังสือกับดูเบื่องหลังประกอบเอา

นับเป็นเรื่องที่เราสู้สึกขี้เกียจจะเขียน...เเต่ก็เขียนนะเพราะชอบเรื่องการเก็บดอกเบนิ อยู่เหมือนกันนอกนั้นมันก็เรื่องเด็กผู้หญิงอ่ะนะ กะเรืองพวกเก่าๆเเก่ๆ มุขในเรื่องก็โคตรจะคนเเก่ ไม่แปลกเลยที่มันจะขายดีในรุ่นพ่อ - -"

เอาล่ะ ตกลงมันคุ้มมั้ยที่จะดู ? คุ้มนะถ้าเรากำลังสับสนว่า ทางที่เราเดินมันใช่ทางที่เราเคยฝันไว้เเน่หรือ ทางที่เราเดินนี่เดินเพราะอยากเดินหรือโดนผู้คนพาไปกันเเน่ เรืองนี้มีคำตอบให้ครับ เเต่เตรียมใจไว้ว่าหลับเเน่นอน- -"

 

SagaAngel  -

The  EvasSaint  of  Vampierza

เป็นอีกเรื่องนึงที่คิดว่า ใครที่เป็นโรคชอบนั่งย้อนความทรงจำ ชอบหาที่เงียบๆ ซักทีนึง นั่งทบทวนความคิดในอดีต เเล้วก็ถามตัวเองในปัจจุบันว่าตอนนั้นเราทำไปได้ไงนะ ฉันเปลี่ยนไปขนาดนั้นเลยหรอ อะไรประมาณนี้ ถ้าตรงกันละก็ดูได้เลยครับ เเล้วเราจะมีความสุขที่ได้นึกถึงเรื่องเก่าๆครับ^ ^

ผิดพลาดอะไรขออภัย ณ ที่นี้ด้วย ขอบคุณครับ

 

edit @ 21 Jun 2009 00:43:36 by SagaAngel

Comment

Comment:

Tweet