Kiki's Dilivery Service(1989)

posted on 19 Jun 2009 16:51 by sagaangel in StudioGhibli

สวัสดีครับเพื่อนๆเล่าหายไปนานงานเยอะขึ้นเเต่ไม่เปงปัญหาต่อกานเลยกับ...^ ^

"Kiki's Dilivery Service"(1989)

Kiki_poster2.jpg

ผลงานกำกับและเขียนบทโดยมิยาซากิ ดัดแปลงจากหนังสือสำหรับเด็กเรื่อง"Majo no Takkyuubin"โดย คาโดโน เออิโกะ ประสบความสำเร็จอย่างสูงเมื่อครั้งออกฉายในญี่ปุ่น

Kiki_sketch_design.jpg

เป็นเรื่องที่คาแรคเตอร์โดดเด่นกว่าเนื้อเรื่อง เน้นที่ความ
เติบโตของแม่มดน้อยกีกิ ดูๆไปจะคล้ายๆกับซีต้า เเละ พาสสึ ในLaputa บางคนไม่รู้จักอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องเดียวกันหรือเปล่า

Kiki070.jpg

 สีสันเเบล็คกราวด์ที่ใช้จะต่างกัน เรื่องนี้จะใช้สีที่จัดจ้านมากกว่าเพราะคุณมิยาซากิเห็นว่าคราวก่อนได้ใช้สีที่ใกล้เคียงธรรมชาติมากเเล้ว ในเรื่องสุสานหิ้งห้อย ก็เลยยิ้งไม่อยากทำในเเนวนั้นอีก

Kiki009.jpg

ในส่วนของสีผิวคนนั้นมีการเบรคสีมากกว่าเรื่อง "โทโทโร่" เเต่จะใช้สีเข้มมากกว่า "สุสานหิ้งหอย" จึงใช้สีอ่อนตามสไตล์ "โอโนะโคจิ"

Kiki022.jpg

ภาพโดยรวมจะดูอ่อนโยนเเต่ท่ามกลางความอ่อนโยนนั้นก็จะมีสีดำจัดจ้านโดดเด่นอยู่ด้วย เเละสีอ่อนนั้นก็ยังใช้ให้เห็นโดยไม่ปรับความจัดดจ้านของสีตามแบบศิลปะบนแผ่นฟิล์มเเต่จะใช้สีที่ใกล้เคียงธรรมชาติที่สุดเพื่อรักษาบรรยากาศของภาพ เช่นในฉากที่ผสมยา

click to comment  

ฝ่ายศิลป์ใช้สีเขียวที่เข้มเเละจัดจ้านหน่อยวาดภาพดอกไม้เเละหญ้าสมุนไพรอย่างละเอียดละออ ไม่ว่าชุดส้มของป้าโดร่า เเละสีของยาเมื่อลองดูเเต่ละสีเเล้วจะพบว่าไม่ใช่สีที่อ่อนเกินไปในฉากกลางคืน หรือฝนตก click to comment

ภาะทิวทัศน์เบื้องหลังต้องมืดครึ้มเเต่สีบนแผ่นฟิล์มไม่ได้ใช้สีมืดๆ เเต่ใช้สีสว่างๆเเล้วใช้การเบรคสีช่วยไว้ทำให้ได้ภาพที่กลมกลืนมากยิ่งขึ้นในเมืองสไตล์ยุโรปที่รวมเอา นาโปลี,ลิสบอน,สต๊อกโฮล์ม,ปารีส และซานฟรานซิสโกไว้ด้วยกัน
โดยช่วงเวลาในเรื่องคือยุค 50 และเป็นยุโรปที่ไม่เคยเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2!

Kiki_Background010.jpg

เเละเเน่นอนไม่ว่าจะเป็นสวนหินของถนนหินซ้อน เมือง ภายในห้อง ไม่ว่าจะเจาะจงดูจุดไหนก็จะพบว่ามีความละเอียดอ่อนอย่างไม่น่าเชื่อเเละนั่นเพราะมีผู้อยู่เบื้องหลังเป็นจำนวนมากทำให้เกิดแผ่นฟิล์มขึ้นมาได้

Kiki_Background002_2.jpg

ความมุ่งมั่นต่อผลงานของ มิยาซากิ ฮายาโอะ เเละผู้กำกับ ทาคาฮาตะ ฮิซาโอะ รวมถึงการเอาใจใส่กับภาพ การทุ่มเทกับสีอย่างละเอียดอ่อน การสร้างสีใหม่ๆ การเลือกลงสีในเเต่ละคัทเเละความคิดสร้างสรรค์ว่าเเต่ละผลงานควรจะทำอะไรเพิ่ม เติมทำให้ สตูดิโอ Ghibli ยังไม่สามารถจัดเรียงโทนสีได้เรียบร้อย เพราะเเต่ละชุดมีความเปลี่ยนเเปลง เเละเมื่อคิดว่าจะทำผลงานอะไรก็มุ่งถึงเเก่นเรื่องว่าควรจะเป็นอย่างไรจึงมีการเปลี่ยนเเปลงอยู่ตลอดเวลา

 

----------Story----------

Kiki045.jpg

ในวันเกิดครบ 13 ปี แม่มดน้อยฝึกหัด กีกิ ต้องออกเดินทางเพื่อหาประสบการณ์ด้วยการไปใช้ชีวิตในเมืองที่ไม่มีแม่มดอยู่ต้องจากพ่อเเละเเม่ไปเพื่อฝึกฝนตนเอง เป็นเวลา 1 ปี เธอและ จีจิ แมวสีดำคู่หูต้องปรับตัวเข้ากับชีวิตและผู้คนที่แตกต่างออกไปในเมืองที่มองว่าเธอเป็นของประหลาด เพราะไม่เคยมีเเม่มดในเมืองมาก่อน....

Kiki_service.jpg

กีกิได้ไปทำงานส่งของที่ร้านขนมปังในเมือง บริการส่งทุกอย่างได้น่าประทับใจ

Kiki024.jpg

วันหนึ่งเธอขี่ไม้กวาดไปส่งของขวัญชิ้นสำคัญ เเต่ทัศนวิสัยไม่ดี จึงไปชนกับฝูงห่านบิน ทำให้ กีกิ ทำของหล่นเเต่เธอก็สามารถหาจนเจอได้เเละได้พบเพื่อนใหม่ เเต่ก็ทำให้จิจีเเมวน้อยของเธอตกใจขวัญหายอยู่นาน

Kiki_flying3.jpg

ในเมื่องที่กีกิ อาศัยทำงานอยู่นั้นเองกีกิได้พบกับเด็กหนุ่มที่ชื่อ ทนโบะ ผู้ที่อยากจะเป็นนักบิน เเละประดิษฐ์เครื่องบินของตนเองต่างๆนานๆ ทนโบะ ประทับกีกิ ที่สามารถบินไปไหนมาไหนได้โดยใช้ไม้กวาดของเธอนั้นเอง ทั้งสองจึงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน

Kiki019.jpg

เเต่เเล้ววันนึงพลังเวทย์ของกีกิ ได้สุญหายไปเฉยๆ ทำให้เธอไม่สามารถใช้เวทย์มนต์ได้อย่างเคย ทำให้เธอหมดกำลังใจหมดกำลังใจเเละสิ้นหวังมากจนไม่สามารถทำอะไรได้อีก.....กีกิได้รับกำลังใจจากเพื่อนๆในเมื่องนั้นเองทำให้กีกิ ตัดสินใจสู้อีกครั้งเเม้จะไม่มีเวทยืมนต์ ช่วยเหลือเเต่ก็สามารถอยู่ต่อไปได้ เเละค้นหาวิธีการที่จะเรียกเอาเวทย์มนต์ที่เธอมีกลับคืนมาจนกระทั้งวันหนึ่ง....

Kiki068.jpg

 ทนโบะประสบอุบัติเหตุทางอากาศกับบอลลูนลอยฟ้ายักษ์ ทนโบะตกลงมาจากอากาศ กีกิได้เห็นดังนั้นด้วความรักที่มีต่อทนโบะ กีกิจึงสามารถเรียกพลังเวทย์มนต์ที่เธอมีอยู่กลับมาเเละขี่ไม้กวาดไปช่วย ทนโบะเอาไว้ได้นั้นเอง

Kiki065.jpg

เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้กีกิได้รับคำชมเชยเป็นอันมากเเละเป็นที่ยอมรับของทุกๆคนในเมืองนั้นเอง..........

Kiki053.jpg

กีกิยังคงใช้ชีวิตในเมืองหลังจากที่เวทย์มนต์กลับคืนมาเเล้วเเละเติบโตขึ้นไปพร้อมๆกับเพื่อนๆของเธอ เมื่อครบกำหนดปี กีกิก็กลับไปเยี่ยม คุณพ่อเเละคุณเเม่ของเธอ ^ ^

 

เกร็ดน่ารู้
- เริ่มแรกนั้นมิยาซากิตั้งใจจะทำหน้าที่อำนวยการสร้างเรื่องนี้เท่านั้น โดยมอบให้เป็นโปรเจกต์ของคนรุ่นใหม่ใน Ghibli
แต่หลังจากอ่านร่างสคริปต์แรกแล้ว มิยาซากิไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ จึงจัดการเขียนบทขึ้นใหม่ทั้งหมด ไปๆมาๆในที่สุด
เขาก็ต้องกำกับเองจนได้(เหตุการณ์แบบเดียวกันนี้เกิดขึ้นอีกครั้งกับเรื่อง Spirited Away)
-ชื่อ "Majo no Takkyuubin"จากเรื่องต้นฉบับนั้นแปลว่า"Witch's Delivery Service"คำว่า" Takkyuubin"
นั้นเป็นคำที่คิดขึ้นโดยบริษัทรับส่งของถึงบ้าน(มีอยู่จริง)ที่ชื่อว่า Yamato Transport โดยมีโลโก้เป็นแมวดำคาบ
ลูกแมวในปาก บริษัทยามาโตะเป็นสปอนเซอร์อย่างเป็นทางการให้หนังเรื่องนี้ แต่ก็มีการโต้เถียงกันภายในเพราะแรกเริ่ม
นั้นผู้เขียนนิยาย คาโดโน เออิโกะ นำคำว่า" Takkyuubin"ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาติ แต่อย่างไรก็ตามหลังหนังออกฉาย
และผู้คนชื่นชอบ ช่วยส่งเสริมภาพพจน์บริษัทให้ดีขึ้น เรื่องทั้งหมดก็ยุติลงด้วยดี
- คาโดโน เออิโกะ ผู้เขียนนิยายนั้นไม่ค่อยชอบบทที่มิยาซากิดัดแปลงซักเท่าไหร่เพราะในหนังสือนั้น กีกิ ไม่เคยสูญเสียพลัง
ของเธอไป(ชั่วขณะ)และไม่มีอุบัติเหตุเกี่ยวกับบอลลูนในตอนท้ายเรื่อง แต่มิยาซากินั้นคิดว่าเป็นการดัดแปลงให้เหมาะกับ
ภาพยนตร์ และเขาอยากจะเล่าเรื่องเกี่ยวกับการเติบโตของ กีกิ ในความรู้สึกที่สมจริง ผ่านอุปสรรคต่างๆจึงมีฉากที่กีกิต้อง
ทุกข์และเหงามากกว่าในหนังสือ(ที่เหมาะกับเด็กเล็กๆ )
มีเรื่องเล่าว่าในขั้นตอนการเตรียมงานสร้าง มิยาซากิและโปรดิวเซอร์ของเรื่องต้องเชิญ คาโดโน เออิโกะ มาที่ Ghibli และ
เกลี้ยกล่อมอยู่นานจนเธอตกลงให้สร้างได้
-ในตอนจบนั้น จีจิ แมวดำของกีกิจะไม่สามารถพูดภาษาคนได้อีก(ซึ่งก็มีแต่กีกิที่ฟังเข้าใจ)จึงทำให้สงสัยว่า ตกลงกีกิได้พลัง
ของเธอคืนหรือยัง?(กีกิสูญเสียพลังไปในช่วงกลางเรื่องทำให้เธอบินไม่ได้และฟังจีจิไม่เข้าใจ)ที่เป็นเช่นนั้นเพราะการที่กีกิ
ฟังจีจิเข้าใจเป็นเพราะทั้งคู่เติบโตมาด้วยกัน ไม่ใช่เพราะเวทย์มนต์ ในทางลึกแล้ว จีจิ ในเรื่องเปรียบเสมือน"อีกด้าน
หนึ่ง"ของ กีกิ (คล้ายเวลาเราพูดกับตัวเอง)มิยาซากิจึงทำให้ กีกิ ไม่สามารถฟัง จีจิเข้าใจอีกต่อไปแม้ว่าเธอจะได้พลังคืนมา
นั่นคือเธอได้เติบโตขึ้นแล้ว จึงไม่ต้องการ"อีกด้าน"ของตัวเองอีก กีกิและจีจิยังคงเป็นเพื่อนกัน แต่ในรูปแบบใหม่เหมือนคน
ปกติกับสัตว์เลี้ยง (ถ้าใครเคยดูเวอร์ชั่นต้นฉบับจะติดใจสงสัยกับจุดนี้มาก)
ที่ต้องอธิบายเช่นนี้เพราะในเวอร์ชั่นที่ ดิสนีย์ นำไปลงเสียงพากษ์ทับนั้น ตอนจบ จีจี จะพูดว่า"Kiki,can you hear
me?"ก่อนที่จะกระโดดขึ้นมาบนไหล่ กีกิ ซึ่งไม่มีในต้นฉบับ และทำให้สิ่งที่มิยาซากิต้องการบอกผิดเพี้ยนไป
-เรื่องนี้มีมุขเล็กๆน้อยๆที่ซ่อนอยู่เช่น ในห้องของกีกิที่บ้านเกิดจะมีตุ๊กตา Totoro อยุ่ที่หัวเตียงและในหน้าต่างเล็กๆของ
บ้านตุ๊กตา,มีหลายฉากที่เราจะเห็นรสบัสที่มีคำว่า Studio Ghibli อยู่บนตัวรถ,ในฉากใกล้ๆจะจบที่ผู้คนมุงดูทีวีหน้าร้านค้า
ตรงมุมขวาบนจะเห็นมิยาซากิกำลังดูอยู่ด้วย!
-ชื่อร้านขนมปัง"Guchokipanya"มาจากคำว่า"Guchokipa"หมายถึงการเล่น เป่า-ยิ้ง-ฉุบ กับคำว่า"Panya"
หมายถึงร้านขนมปัง เป็นตลกเล่นคำที่มาจากหนังสือต้นฉบับ

 

อ้าวเขียนเพลินๆสปอยจนจบเรื่องเลยซะงั้นอ่ะ -*- เอาเถอะๆอ่านๆไปเเล้วกันเรื่องนี้ไม่ตื่นเต้นมากมายรูปก่อนก็สามารถดูซ้ำได้หลายๆรอบ ครับ

ลองไปหามาดูโดยเฉพาะพวกบ้า L อ่ะน่าจะชอบมากเรยนะคือ กีกินี่ขายคาเเรคเตอร์ความน่ารักสุดๆอ่ะครับเเล้วคุณจะหลงรักกีกิไปโดยไม่รู้ตัว ^ ^

 มิยาซากิ เจาะตลาดถูกกลุ่มจริงๆโฮ่ๆช่วงนั้น กระเเสL กำลังมาเเรงมาก เรียกได้ว่าL มันมาเเรงได้เพราะเรื่องนี้ทำไว้ส่วนหนึ่งด้วยนะ

SagaAngel  -

The  EvasSaint  of  Vampierza

ก็เอาเป็นว่าหามาดูเเล้วกันครับ รับรองไม่ผิดหวัง โดยเฉพาะพวกบ้าL ดูได้ไม่รู้จักเบื่ออ่ะขอบอก

ส่วนจิ๊งเอง นี่เป็นเรื่องเเรกจริงๆที่จิ๊งดูเเค่รอบเดียว ไม่ใช่ไม่ชอบนะเเต่พอดีไม่ L อ่ะเเล้วก็ชอบเรื่องอื่นมากกว่านะ รอบหลังๆที่ดูก็ดูข้ามๆอ่ะดูฉาก ^ ^

ผิดพลาดอะไรขออภัย ณ ที่นี้ด้วย ขอบคุณครับ


Porosso_Background1.jpg 

edit @ 21 Jun 2009 00:46:39 by SagaAngel

Comment

Comment:

Tweet

ชอบบมาค่ะbig smile

#2 By KUNG (125.25.235.57) on 2010-03-21 14:06

เรื่องงนี้ยังไม่ได้ดูเลยแฮะsad smile