หัวข้อนี้ เพราะเนื้อหาลึกมาก เรียกได้ว่าอ่านมาจนเเทบอ๊วกออกมาเป็นตัวหนังสือเเละกระนั้น คำถามคือ เราจะทำให้คนฟังเข้าใจง่ายๆได้ไง..ลองดู(ว่ะ)

Photobucket

จะเอาให้เข้าใจจริงๆมันขอย้อนความก่อน ย้อนไปสมัยช่วงประมาณ20 ปีก่อน USA มีระบบเศษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก อีกทั้งยังเป็นขั่วโลกของ ทั้งภาษา วัฒนธรรม ดารา เศษฐกิจ เเฟชั่นขนาดที่เรียกได้ว่าสามารถดำเนินธุรกิจข้ามชาติได้โดยใช้เงินสกุลของตัวเอง เเละ50% ของธุรกรรมบนโลกเป็นของUSA เเละเเทบทุกประเทศที่เจริญเเล้วจะมีสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ เป็นเงินคงคลัง2 ใน 3 อุตสาหกรรมการผลิตทั้งหมดอยู่ในUSA เป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจเเละการค้า 

Photobucket

จนกระทั้ง..เข้ายุคglobalization ยุดที่คนทั้งโลกตกงานกันทั่วหน้าหลายบริษัทที่ไม่โตพอไม่ใหญ่พอต่างเจ๊งกันหมด มันเกิดขึ้นเพราะอะไร? เพราะมันเกิดสิ่งที่เรียกว่า Outsourcing 

Photobucket

มันคือการย้ายแผนก ย้ายการบริหารการจัดการทั้งหมดไปสู้ หน่วยย่อยที่เล็กเเต่ยังสามารถทำงานต่อไปได้อย่างดี ยกตัวอย่าง

-บริษัทที่ยุบแผนกcallcenter ทิ้งไปเเล้วไปจ้างบริษัทcallcenterในฟิลิฟปินมาทำงานเเทน

-หมอที่โรงพยาบาลพญาไท อ่านแผ่นฟิลม์Xray ที่Scan ผ่านคอมส่งมาจากญี่ปุ่น เเล้วส่งผลตรวจกลับไปทางเมล์ (หมอรับจ็อบนอก) 

-บริษัทที่สิงคโปร์ ส่งงานมาให้ คอนเซปอาร์ต คนลงสีในคอม หรือพวกCGเทพๆในไทย ออกแบบตัวละครกับฉาก ให้เเล้วส่งงานกลับไปให้บริษัททางเมล์

Photobucket

ทำไมต้องมาจ้างคนต่างชาติทำข้ามประเทศไปมา ก็นั้นเเหละว่าชื่อของยุคนี้...ด้วยค่าเเรงที่ต่ำกว่าเเรงจากคนในประเทศเดียวกัน(เเต่มันก็สูงมากสำหรับประเทศเรา) บวกคนคนมีความสามารถที่ต้องการโอกาสจะเเสดงผลงานอย่างเต็มที่ให้กับใครก็ได้ที่เค้าคิดว่าสามารถให้เงิน เเละชื่อเสียงเเต่เขาได้อย่างเต็มที่ เเละมันดูเป็นอะไรที่เทห์มากๆถ้าจะบอกว่า เพื่อนๆด้วยกันว่าฉันรับงานนอกจากต่างประเทศมาทำน่ะ^ ^ ผลของมันก็คือ......

Photobucket

อาการสำนักงานที่ร้างเเละว่างเปล่า รูปเเบบการทำงานทั้งหมดเปลี่ยนไป บริษัทไม่จำเป็นต้องมีตึก ทำงานอยู่กับบ้านก็พอเเล้วขอเเค่มีอุปกรณ์ครบทำงานได้ก็พอ ไม่ต้องตอกบัตรเข้างานเช้าเเล้วเลิกงานตอนเย็น อยากทำตอนไหนก็ทำจะตื่นกี่โมงก็ได้ ขอให้งานมันเสร็จก็พอ...ผลก็คือการลดค่าใช้จ่ายอย่างมหาศาลทั้งค่าเช่าอาคารสำนักงาน  ค่าเดินทาง เเละต่ำเเหน่งงานเดิมๆก็ค่อยๆหายไปเเบบเงียบๆ เเละหมดไป.....

Photobucket  

-โลกทั้งโลกเชื่อมโยงเเละติดต่อกันโดยการกดปุ่ม Enter

-การเจรจาธุรกิจพันล้านผ่านMSN

-การเซ็นสัญญาซื้อขายโดยการคลิกซ้าย

-เเล้วบริษัทที่พัฒนาตามไม่ทันก็ต้องกดปุ่มHelp - -"

Photobucket

 ทีนี้คงพอเข้าใจเเล้วนะจะวกกลับมาเข้าหัวข้อที่จะพูดถึงวันนี้ว่าทำไมChinaถึงเติบโตได้ไวจนUSA ต้องเตรียมรับมืออย่างหนัก

Photobucket

ผลต่อเนื่องจากสถานะการOutsourcing ไม่ส่งผลเพียงเเผนกออฟฟิตสำนักงานหรือพนักงานทั่วๆไปเท่านั้นยังมีผลไปถึงอุตสาหกรรมต่างๆใน USA ต่างย้ายไปยัง ประเทศกำลังพัฒนาที่มี ค่าครองชีพต่ำ เเรงงานจำนวนมาก เเละค่าเเรงที่ต่ำกว่าในประเทศเดียวกันมากๆ ประเทศที่ได้รับอานิสงไปเต็มๆก็คือ จีน อินเดีย เวียดนาม เเต่หลักที่จะพูดคือจีนที่ได้ปรับเปลี่ยนกลยุทย์มาปรับใช้กับประเทศตัวเองจนเป็นมหาอำนาจทางเศษฐกิจเเทนที่USA ได้สำเร็จ ส่งผลให้ฌฌรงงานชาวจีนมีงานทำมากขึ้น(เหมือนเมื่อเวลามีโรงงานมาเปิดใกล้ๆบ้านเราเเล้วเราจะดีใจน่ะเพราะคนที่ยังไม่มีงานทำจะมีงานทำเเล้วที่เเถวนั้นจะเจริญขึ้นเริ่มมีเซเว่น เเละราคาที่ดินก็สูงขึ้น)เช่นเดียวกันมันเกิดกับจีน....จีนเกิดการเปลี่ยนเเปลงหลายอย่างมาก

Photobucket

- ปัจจุบันในตลาดโลก1ใน 3 ของกล้องถ่ายรูป สิ่งทอ ซีเมนต์ มือถือ เครื่องเสียง เหล็ก ของเล่น เป็นของจีน เเล้วเป็นของCopy 90%  

 Wal-Mart (นึกถึงห้างใหญ่ๆอย่างโลตัลคาร์กับคาร์ฟูรวมกัน อยู่ในอเมริกา)ก็เห็นดีเห็นงามกับราคาต้นทุนที่ถูกเช่นนี้(ยิ่งถูกยิ่งดี)จึงนำเข้าจากจีนจำนสนมากมาขายในประเทศUSA เเน่นอนคนซื้อก็เเฮปปี้ได้ของราคาถูก Wal-Martก็เเฮปปี้ทุนต่ำขายได้กำไรเยอะหารู้ไม่ว่า กำลังฆ่าบริษัทชาติเดียวกันเอง ที่กำลังค้นกลยุทธ์การเพิ่มผลกำไรอย่างหลังขดหลังเเข็ง....

80% ของทั้งหมดส่งผลให้อุตสหกรรมการผลิตทั้งหมดในUSA ขาดทุนจนถึงขั้นเเทบล้มละลายเพราะขายคนในประเทศไม่ได้เเละส่งออกก็ไม่มีประเทศไหนรับได้เพราะราคาเเพงกว่าหลายเท่าตัว (ของเเท้)

Photobucket

Detroit เป็นรัฐที่มีอุตสาหกรรมรถยนต์อันดับ1 ในเอมริกานับได้ว่าเป็นเศษฐกิจหลักในอเมริกาเลยที่เดียวเเต่ลดกำลังการผลิตลงจนเหลือคนงานเพียง 15 %จากเดิมเเล้วก็หันมานำเข้ารถยนต์มาขายในประเทศ เเละยอดที่นำเข้าก็สูงกว่ายอดที่ผลิตเองเสียอีก

 เเต่ก็มีพวกที่ไม่ได้รับผลกระทับเกี่ยวกับเศษฐกิจโลกอยู่เหมือนกัน เช่น ช่างไฟฟ้า ช่างตัดผม จัดส่ง Marketing เเละอื่นๆส่วนใหญ่จะเป็นตำเเหน่งงานในสายงานบริการ

ยอดการส่งออก ธุรกิจด้านไอทีของอเมริกาสูงที่สุดในโลกมาตลอด จนกระทั่งปี 2004

อเมริกายอด 150,000ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 30% ขณะที่จีนขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ยอด 180,000ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4 เท่า

ขณะที่ปัจจุบันอเมริกาเกิดภาวะเศษฐกิจที่เรียกว่า แฮมเบอร์เกอร์ไครซิส เเต่กลับไม่มีใครรู้เลยว่าเเม้สภาวะการเช่นนี้จีนก็ GDP สูงขึ้นถึง 20% เป็นซึ่งตัวเลขที่น่ากลัวมากๆขนาดที่ช่วงเศษฐกิจดีๆยังไม่มีประเทศไหนทำได้สูงขนาดนี้

 เเล้วทำไมของจีนถึงส่งออกไปได้เเล้วเป็นที่ยอมรับกันขนาดนี้? เมื่อก่อนเราว่าของจีนห่วยของจีนไม่ค่อยดีไม่ทน ถามหน่อยเรารู้คิดว่าจีนเขารู้ตัวเขามั้ย? "รู้สิ" เเล้วมันเริ่มต้นได้ยังไง?

Photobucket  

บริษัทอเมริกาที่มาตั้งโรงงานผลิตในจีน ทำไมต้องจีน ประเด็นหลักๆมันก็คือการครอบครองส่วนเเบ่งทางการตลาดเป็นเจ้าเเรกๆ เเน่นอนจีนประชากรเยอะที่สุดในโลกใครๆก็รู้เค้าเลยพยามจับจองตลาดอันมหาศาลเหล่านี้ยังไงล่ะ...เเต่กฎหมายของจีนผูกขาดทำให้โรงงานต่างๆต้องจ้างเเรงงานชาวจีนไปทำงานในโรงงาน เเรงงานชาวจีนเหล่านี้ได้รับความรู้จากบริษัทต่างชาติ ในด้านต่างๆทั้งการผลิต เเละอื่นๆ เเรงงานมีความรู้มากขึ้น เเละค่อยๆนำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาต่อเอง จนสามารถผลิตเองได้ จนเกิดของละเมิดลิขสิทธิ ถึงจะเรียกว่านำความรู้ที่ได้มาจากการทำงานก็เถอะ เเต่ความจริงมันก็ขโมยมานั้นเเหละ มีข่าวเกี่ยวพนักงานที่ชอบกลับดึกๆเเละเเอบถ่ายรูปแบบเเปลนต่างๆถูกจับได้อยู่เสมอๆ เเต่ความชาตินิยมล่ะมั่งที่ทำให้คนจีนทำได้ถึงขนาดนี้

เเต่ปกติพวกลิขสิทธฺไม่ค่อยรั่วจนเกิด Outsourcing นี่เเหละทำให้รั่วไหลไปนอกประเทศได้ จีนฉลาดกว่าที่อเมริกาคิดด้วยกลอุบายที่เเยบยล จีนให้สิทธิอเมริกาได้เป็นเจ้าเเรกในการผลิตเเละครอบครองตลาดของคนในประเทศก่อน เเต่เมื่อผ่านไปไม่นานจีนเองก็สามารถผลิตทุกอย่างที่อเมริกาคิดค้นได้ เเละนำไปวิจัยเเละค้นคว้าพัฒนาต่อไปอีก

ปัจจุบันจีนเป็นเเลหะศูนย์กลางการค้าของละเมิดลิขสิทธิเเละสิทธิบัตรที่ใหญ่ที่สุดในโลกเเละคุณของที่copy ออกมาก็ระดับโลก จักรยานต์มี่ผลิตในจีนทั้งหมด 80% copyจากยามาฮ่า (ที่เหลือ20%ก็copyจากยี่ห้ออื่นอยู่ดี) ยอดขายCD&DVD ทั้งหมดในประเทศมาจากของcopy 

Photobucket

ขณะที่Iphone3G กำเนิด Hiphone ของจีนก็ถือกำเนิดเช่นกัน ช่าง...จะว่าไงดีเเต่ก็สามารถนะเนี่ยอยากเจอเด็ดๆเชิญชม 10 อันดับ มือถือ ก๊อปปี้ยอดฮิตจากจีนครับที่http://www.gadgets-reviews.com/top10-gadget-fakes.html 
นะได้

Photobucket

แม้เเต่งานประพันธ์ชื่อเสียงก็องโลกที่มีคนอ่านเป็นอันดับ 2 รองจากคัมภีร์ไบเบิล อย่างเเฮรี่พอตเตอร์ก็มีของCopy ขณะที่ บรรณาธิการสำนักพิมพ์ ไชน่า เบรลผู้พิมพ์ แฮร์รี่ พอตเตอร์กับตุ๊กตาดินเผา(เเมร่งทำไปได้)กล่าวว่า เราพิมพ์หนังสือจากแรงจูงใจที่ธรรมดามากๆ นั่นคือจากการที่แฮร์รี่ พอตเตอร์ได้รับความนิยมมากมายเหลือเกิน ดังนั้นเราจึงอยากจะร่วมสนุกกับดอกผลที่หนังสือเล่มนี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในจีนบ้าง ไปอ่านเองhttp://www.cesnur.org/recens/potter_059.htm 

http://news.mumuu.com/economic/cat5/news5415/

 http://news.giggog.com/world/cat12/news10161/

 

Photobucket

 ทำไมถึงทำกันได้ขนาดนี้? กฎหมายลิขสิทธิไม่ช่วยอะไรบ้างเลยหรอคำตอบคือ ช่วยครับเเต่รออีก 2 ปีนะ!!! ทำไมงงล่ะสิ เพราะเวลาจะจดสิทธิบัตรอะไรต้องรอการดำเนินการถึง 2 ปีเเล้วไอ้พวกนี้มันไม่ต้องรอถึง 2 ปีหรอกของออกใหม่วันนี้พรุ่งนี้มันก็ออกของก๊อบมาเเล้ว เผล่อๆพึ่งออกวันนี้เย็นนี้ก็มาเเล้ว...

Photobucket

เเล้วผลที่ส่งต่อมาก็คือจีนทุกวันนี้ จะเรียกว่าไงดี ประสบความสำเร็จในการโจมตีกลับประเทศมหาอำนาจทางการค้าทั้งหมด "ฉันไม่ต้องรอชาติตะวันอีกเเล้วตอนนี้เรารอค่อยเพียงเวลาโจมตีกลับเท่านั้น"

Photobucket

เเต่เเน่นอนไม่ใช่ของทุกอย่างCopyได้ มันก็มีบางอย่างที่ทำไม่ได้อยู่เเล้วถ้าCopyไม่ได้จีนทำไง คำตอบของจีนง่ายมากถ้าก๊อบไม่ได้ก็ซื้อบริษัทมันเลย ปี2007จีนพยามซื้อบริษัทผลิต ฮาร์ดดิสก์ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เเละเป็นบริษัทเพียง1ใน2 บริษัทผลิตฮาร์ดดิสก์ที่ยังคงเหลืออยู่ในอเมริกา เเละได้กลายเป็นปัญหาใหญ่ระดับชาติ - -"

Photobucket

ผู้นำจีนประกาศว่า "จะขยายบริษัทจีนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ 500 บริษัท ให้กลายเป็น 500 บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลกในอีก2 ปีข้างหน้า"..."เราจะไม่เป็นเพียงเเรงงานของโลกอีกต่อไป เเต่เราจะเป็นกลไกที่เปลี่ยนเเปลงโลกอีกด้วย"

ตามสบายนะ เดี่ยวจะรู้ว่ายิ่งสูงมันยิ่งหนาวอย่าให้ซ้ำรอยอเมริกาเเล้วกันน้า^ ^

 

- SagaAngel -

The Hierophant of West 

Photobucket 

edit @ 6 Jul 2009 22:08:58 by SagaAngel

edit @ 6 Jul 2009 22:34:29 by SagaAngel

edit @ 30 Jul 2009 00:30:41 by SagaAngel