2007/Jun/30

รักเด็ก.....

ไม่รู้ว่า รอดมั้ย รอด เเต่รู้ว่าตัวปลิว...

2007/Jun/14

สวัสดีครับเพื่อนๆ^ ^ มาต่อกันดีก่ากับเรื่องที่ 3 ของคุณมิยาซากินั้นก็คือ

"My Neighbor Totoro" (1988 เกิดทันโว้ยยย...-*-)

Totoro_004.jpg

มิยาซากิ กำกับ,เขียนบท และเขียนสตอรี่บอร์ดติดต่อกันเป็นเรื่องที่ 3 แต่เป็นเรื่องที่ 2 ของสตูดิโอ ออกฉายพร้อมกับเรื่อง
Grave of the Fireflies(สุสานหิ่งห้อย)ของทากาฮาตะ

Totoro_sketch003.jpg

โทโทโร่ เพื่อนรัก สำหรับเรื่องนี้ก็เกี่ยวข้องกับธรรมชาติอีกเเล้ว เนื้อหาโดยรวมจะสดใสร่าเริง เเละแฝงไปด้วยเสน่ห์แห่งความอ่อนโยนและความอบอุ่นโดยการใช้สีเป็นตัวเเสดงออกถึงอารมณ์ ด้วยเหตุนี้คุณมิยาซากิ เลือกสีที่ใช้จึงเป็นสีโทนธรรมชาติมากกว่าสีสันที่มนุษย์สร้างขึ้น

Totoro_Background006.jpg

Totoro_Background005.jpg

ทางฝ่ายศิลป์ได้บอกให้ฟังว่าตอนที่จะโชว์สีเขียวของภายนอกนี้ ก็จะออกเข้มๆ ส่วนในตัวห้องก็จะลดความจัดจ้านของสีลงมา การใช้สีในส่วนต่างๆของภายในห้องจึงใช้สีที่ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุดแต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงบางส่วนในธรรมชาติ เพียงแค่น้อยนิดเท่านั้น

Totoro_007.jpg

ส่วนสีที่เรียบๆก็ไม่ได้ทำให้หม่นลงไปสีผิวเเละเสื้อผ้าของซาซุคิจะใช้สีอ่อนๆเพื่อให้กลมกลืนกับสีเรียบๆ

Totoro_041.jpg

ในส่วนของเนื้อเรื่องเเละความน่ารักของเรื่องจะอยู่ที่ตัว โทโทโร่ ที่มีทั้งตัวใหญ่ กลาง เเละเล็ก ชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อว่า เมื่อตอนเด็กๆจะมีผีปรากฎตัวให้เด็กเห็น จะเล่นด้วย เเละไม่ทำอันตราย โทโทโร่ เองก็เป็นผีชนิดหนึ่ง มันจะปรากฏตัวขึ้นกับเฉพาะบางคนเท่านั้น น้องเมย์ ซึ่งเป็นคนเห็นมันเป็นคนเเรก เเต่บอกใครก้อไม่มีใครเชื่อ

Totoro_055.jpg

จนกระทั่งวันนึง วันที่ฝนตกลงมา ซาซุกิ เเละน้องเมย์ไปรับคุณพ่อที่ป้ายรถเมล์เเละวันนั้นซาซุกิ ได้พบกับโทโทโร่เป็นครั้งเเรก และยังได้รับเมล็กพันธุ์พืชมาห่อนึงด้วยทั้งคู่จึงเอามาช่วยกันปลูก

Totoro_068.jpg

คุณแม่ของเด็กทั้งสองกำลังป่วยอยู่ทั้งสองจึงต้องหนีเมืองมาอยู่ในชนบท ต่อมามีข่าวจากโรงพยาบาลทำให้ ซาซุกิต้องวุ่นกับการติดต่อคุณพ่อ ซึ่งเป็นอาจารย์อยู่ในมหาวิทยาลัยให้ไปดูอาการของคุณแม่ ส่วนน้องเมย์ซึ่งเป็นห่วงคุณเเม่มากเช่นกันเเต่ก้อช่วยอะไรไม่ได้เลยเนื่องจากยังเป็นเด็กเล็กอยู่นั้นเอง

Totoro_084.jpg

Totoro_089.jpg

เเต่ด้วยความเป็นห่วงน้องเมย์จึงหนีจากซาซุกิออกไปหาคุณแม่เพียงลำพังคนเดียว ซาซุกิเมื่อรู้ว่าน้องสาวหายไปก้อตกใจมากออกตามหาจนสุดความสามารถแต่ก้อไม่พบ จึงอธิษฐานกับโทโทโร่ให้ช่วย โทโทโร่ก้อมาจริงๆ โดยให้รถด่วนเเมวหมี่ยวเป็นผู้พาไป

Totoro_001.jpg

ความจริงเเล้ว"โทโทโร่"เป็นชื่อที่ น้องเมย์เป็นคนตั้งให้จากเสียงกรน ของโทโทโร่ นั้นเอง เธอได้ยินว่าอย่างนั้น

Totoro_018.jpg

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ช่วยให้คนรักธรรมชาติ ไม่ตัดไม้ทำลายป่า ให้ช่วยกันปลูกป่าอันเป็นบ้านของ โทโทโร่นั้นเอง

Totoro_002.jpg

เมื่อครั้งที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ออกฉายใหม่ๆ มีนักศึกษาเเละกลุ่มผู้รักธรรมชาติจัดขึ้นนี้ขึ้น เเละใช้ โทโทโร่ เป็นภาพยนตร์รณรงค์ประท้วงไม่ให้คนตัดต้นไม้ไปสร้างเป็นห้างสรรพสินค้าจนสำเร็จ เเละกลายเป็นข่าวดังอยู่ในช่วงนั้น

52.jpg

เกร็ดน่ารู้
-ตัวละคร โทโทโร่ วิญญาณผู้พิทักษ์ป่านั้น ไม่ใช่วิญญาณในความเชื่อแบบโบราณของญี่ปุ่น นี่เป็นตัวละครที่เกิดจาก
จินตนาการของมิยาซากิล้วนๆ โดยออกแบบจากสัตว์หลายชนิดคือ ทานุกิ,แมว และนกฮูก ชื่อโทโทโร่นั้นมาจาก
การออกเสียงเพี้ยนของน้องเมย์จากคำว่า"โทโทรุ"ซึ่งหมายถึงตัว"โทรล์(Troll)"ในภาษาญี่ปุ่น
-รถแมวโดยสาร(catbus)ที่เห็นในเรื่อง มาจากความเชื่อโบราณเกี่ยวกับแมวในญี่ปุ่น เชื่อกันว่าแมวที่อายุมากๆจะ
สามารถแปลงร่างได้ ส่วนดีไซน์นั้นมิยาซากิออกแบบขึ้นมาเอง
-ในเรื่อง แม่ของเด็กทั้งสองต้องจากบ้านไปรักษาตัวในโรงพยาบาล นำมาจากประสบการณ์ในวัยเด็กของมิยาซากิ
-ภาพประกอบหลายภาพจากเรื่อง Totoro ที่เป็นรูปเด็กผู้หญิงเพียงคนเดียวยืนกับโทโทโร่ นั้นเป็นไอเดียเริ่มแรก
ภายหลังเมื่อเริ่มสร้างมิยาซากิตัดสินใจแบ่งตัวละครตัวนี้ออกเป็น 2 คนพี่น้อง สิ่งนี้เห็นได้จากชื่อตัวละคร
"ซาซุกิ(Satsuki)" และ"เม(Mei)"ซึ่งทั้งคู่มีความหมายว่า"เดือนพฤษภาคม"โดยชื่อแรกเป็นภาษาญี่ปุ่นดั้งเดิม
ส่วนชื่อหลังเป็นคำญี่ปุ่นที่แผลงมาจากคำว่า"May"
สตูดิโอ Ghibli ยังคงใช้ภาพแบบนี้โปรโมทสลับกับรูปปกติ ซึ่งสร้างความสับสนแก่ผู้คนที่ได้ชมภาพยนต์มาเสมอ ^ ^

อืมเรื่องนี้ออกเเนวน่ารักล้วนๆไม่ค่อยมีอะไรให้ตื่นเต้นตกใจอย่างรุนเเรงเหมือน 2 เรื่องเเรกนัก

โดยเน้นถึงการผจญภัยของเด็กสองคน ในโลกแห่งใหม่ เน้นที่ความเรียบง่ายและน่าประทับใจของเรื่องราว

ทำให้เมื่อออกฉายครั้งแรกจึงไม่ประสบความสำเร็จเรื่องรายได้มากนัก

แต่กลับได้รับคำชมอย่างมากมายโดยเฉพาะจาก คุโรซะวะ อะกิระ ปรมาจารย์แห่งวงการภาพยนตร์ญี่ปุ่นถึงกับยกย่องให้เป็น 1 ใน 100 ภาพยนตร์ที่เขาชื่นชอบ

ในส่วนตัวชอบการลงสีฉากหลังมากๆของเรื่องนี้ ตอนที่มีโอกาสไปฝึกงานที่สตูดิโอ

ก้อมีโอกาสได้ขอหนังสือรวมภาพเเบลคกราวน์ของเรื่องนี้มาด้วย

ส่วนใหญ่เเล้วเปงการใช้สีโปรเตอร์กับสีน้ำ โดยสูตรผสมของมิยาซากิเอง

ซึ่งเเน่นอนว่าบ้านเราไม่มีสีแบบเค้าเเน่นอน

แค่สีโปรสเตอร์ซากุระที่บ้านเค้าใช้กับบ้านเราใชก้อคนละเกรดเเล้วT^T

ในส่วนของการกระตุ้นให้ผู้คนรักในธรรมชาตินั้น

ถือว่ามิยาซากิเองถ่ายทอดออกมาจากภาพต้นไม้สีเขียวๆต่างๆในเรื่องได้อย่างเรียบง่ายเเละสบายอย่างที่สุด

ซึ่งเเต่ต่างจาก 2 เรื่องเเรกๆมากเลย ที่จะเน้นฉากซะเทือนใจเกี่ยวกับความจริงของธรรมชาติในปัจจุบัน ขนาดที่ว่าทำเอาผู้ชมเเทบจะช็อคกันไปเลย

- SagaAngel -

The Hierophant ofWest

เรื่องนี้เหมาะกับที่จะไปสอนเด็กเล็กๆให้รู้จักรักเเละเคารพในผื่นป่าเเละต้นไม้ต้นเล็กๆเป็นอย่างดีเชี่ยวล่ะ อยากให้ทุกๆคนรัก โทโทโร่ กันนะครับเเล้วธรรมชาติสวยๆอย่างนี้จะอยู่กับเราไปนานๆ

ข้อมูลที่ลงไว้ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลที่ศึกษามาเองเเทบทั้งหมดถ้าผิดพลาดอะไรขออภัย ณ ที่นี้ด้วย ขอบคุณครับ



edit @ 2007/06/14 02:22:19

2007/Jun/11

เจออยู่ในหน้าข่าวของ ออนไลน์น่ะครับ ^ ^

อ่านเล่นๆอย่า...ไปคิดมากครับ จิ๊งเองก็เป็นคนหนึ่งซึ่งคิดว่าต่อให้กระเเสของจตุคามจะรุนเเรงเเค่ไหนก้อคงไม่มีทางมาเกี่ยวข้องกับจิ๊งได้เเน่นอน จนกระทั่งวันนึงมีรุ่นพี่โทรมาถามว่า สามารถออกแบบลายองค์จตุคามได้ มั้ย...จิ๊งก้ออึ้งๆไปเหมือนกันว่า จตุคามที่เราเองมองว่าเป็นเรื่องไกลตัวมากๆกลับกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวของเราจนได้

ในเเง่มุมของสังคมไทยเเล้ว คนไทยส่วนใหญ่มีวิธีคิดที่สืบถอดต่อๆกันมาคือการความสำคัญเกี่ยวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมาย จึงไม่น่าเเปลกใจว่าบ้านเราจึงมีเรื่องเเบบนี้เกิดขึ้นอยู่เสมอๆ ครับ

เอ่อใช่อีกอย่างหนึ่ง...เราต้องขอบคุณองค์จตุคามด้วยนะครับทราบหรือไม่ว่า ?......

ตั้งเเต่กระเเสจตุคาม ได้ถูกจุดขึ้นนั้น ยอดการใช้จ่ายการกระจ่ายรายได้ทั้งในส่วนของผู้จัดทำเอง ผู้ให้เช่ารายย่อยและรายใหญ่ทั้งค้าปลีกเเละค้าส่ง กับผู้คนที่ให้ความสนใจองค์จตุคาม ก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในประเทศสูงถึง 20,000 ล้านบาทเลยทีเดียว ซึ่งถ้านับตั้งเเต่ที่เรามีปัญหาการเมืองที่สร้างความซบเซาในตลาดบ้านเรามาหลายเดือนก็ พึ่งจะมีจตุคามนี่เองที่สร้างรายได้หมุนเวียนในประเทศสูงที่สุด...เเละยังมีเเนวโน้มว่าจะยังสูงขึ้นไปอีกด้วย ครับ

วันนี้หยั่งกะทำข่าวเเน่ะ -*-

ยังไม่เคยคิดเรยว่าจะโพสกระทู้เกี่ยวกับจตุคาม

จนกระทั่งวันนี้เองครับ^ ^ โดยส่วนตัวเป็นคนที่เชื่อเเละศัธราในตัวเองสูง

ดังนั้นในเรื่องของสิ่งศักดิ์ต่างๆนั้นก้อเชื่อ...ในระดับหนึ่งเท่านั้น ครับ

ถ้าใช้คำพูดหรือศัพท์ตรงไหนผิดพลาดไปก้อขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ


edit @ 2007/06/11 20:05:06